May 26 2010
Posted by Werapan in Self Developement |
ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ผมสังเกตุเห็นคุณลักษณะอุปนิสัยหนึ่งท่ามกลางผู้นำที่ประสบความสำเร็จ ที่มีผลงานสูงยิ่ง และทรงอิทธิพล คุณลักษณะหนึ่งนี้ทำให้เกิดความแตกต่างอย่างสำคัญระหว่างบางคนที่พิชิตความสำเร็จอย่างมีขีดจำกัดและผู้นำที่ก้าวสู่จุดสูงสุด คุณลักษณะนี้เรียกว่า “การตระหนักถึงความเร่งด่วน” และมันจะต้องถูกปลดปล่อยออกมา
4 วิธีที่จะปลดปล่อย “การตระหนักถึงความเร่งด่วน“
1. อย่าได้แต่คิด จงตัดสินใจ!
ความแตกต่างระหว่างความคิดและการตัดสินใจเรียกว่า “ความสะดวก” เมื่อคุณคิดเกี่ยวกับการสร้างธุรกิจเครือข่ายของคุณ คุณเพียงแค่ทำเมื่อมันสะดวก แต่เมื่อคุณตัดสินใจเกี่ยวกับการสร้างธุรกิจเครือข่ายของคุณแล้ว คุณไม่เคยยอมรับคำแก้ตัวใดๆ มีแต่ผลลัพธ์เท่านั้นที่คุณคิดถึง (ลองอ่านซ้ำดูหลายๆครั้ง)
2. ไปทำงาน
เชคสเปียร์กล่าวว่า “การไม่มีอะไรสามารถจะเป็นสิ่งที่ไม่มีอะไร” ไม่มีเวลาใดที่ดีมากไปกว่าตอนนี้ ในการแต่งตัวให้เหมาะสมและไปทำงาน ไม่ว่าคุณจะมีตำแหน่งใด หรือจุดไหนในธุรกิจในขณะนี้ของคุณ ทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นให้บรรลุมากกว่าที่เขาคาดคิดว่าจะเป็นไปได้ และคุณจะพบกับความสำเร็จอันมหาศาล
3. สร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้คนให้เคลื่อนไหว
ไม่มีอะไรที่จะสร้างแรงบันดาลใจสู่ความสำเร็จได้เช่นเดียวกับความสำเร็จ ถ้าคุณบอกเล่าแก่ ผู้คนว่าทำไม?…เขาจึงต้องเข้ามามีส่วนร่วมในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นในธุรกิจเครือข่ายของเขา และคุณก็ทำในสิ่งที่คุณบอกเช่นเดียวกันในฐานะผู้นำ เมื่อคุณ “ทำในสิ่งที่บอกให้ทำ” คุณได้สร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้คนให้สู่จุดที่สูงขึ้น และจงสร้างมันด้วยความเร่งด่วนโดยการใช้คำพูดที่เปี่ยมไปด้วยพลัง
4. ตอนนี้
เมื่อคุณครอบครองการตระหนักถึงความเร่งด่วน ท่านได้ถูกขับเคลื่อนโดยความรู้ว่า “ตอนนี้” เท่านั้นที่สำคัญ เมลวิน อีเวินส์ กล่าวว่า “ชายที่สร้างอนาคตคือ ผู้ที่รู้ว่าสิ่งที่ยอดเยี่ยมกว่ากำลังจะมาถึง และเขาเองเท่านั้นจะช่วยทำสิ่งนั้นให้เกิดขึ้นได้ เขาไม่เคยหยุดและเกิดความสงสัย เขาไม่มีเวลาให้กับมัน” ตอนนี้เป็นเวลาของคุณแล้ว!

คุณคิดว่า, อะไรแยกแยะจริงๆระหว่างนักกอล์ฟที่เป็นผู้ชนะกับผู้แพ้?
การฝึกฝน? หรือ ประสบการณ์?
บางครั้งเราคิดเช่นนั้น ผมก็เหมือนกัน แต่มันก็ยากที่จะอธิบายสำหรับนักกอล์ฟที่มีประสบการณ์มากว่า 15 ปี ฝึกฝนอย่างเร่งครัด แต่ก็ประสบความพ่ายแพ้ในเกมส์บางครั้งให้กับนักกอล์ฟรุ่นเยาว์
คุณคิดว่าพวกเขาจริงจังกับความท้าทายในเกมส์?
แทนที่…จะคิดเพียงแค่การเล่นเกมส์การแข่งกัน(การทำงาน)มายาวนานด้วยประสบการณ์ที่ช่ำชองในเกมส์, บางครั้งเราควรจะต้องทำงาน(เล่นเกมส์)ที่เกี่ยวกับกับจิตใจของเราด้วย “Mental Games”
มีที่ปรึกษา/ผู้ฝึกอบรมมากมายในธุรกิจเครือข่ายที่ผมเคยได้ยินเขาบอกเสมอว่า การที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย 95% เกี่ยวกับจิตใจ “Mental” มันคือการเล่นเกมส์กับจิตใจของเรา
ผมได้เคยเรียนรู้เกี่ยวกับพลังที่เกี่ยวกับจิตใจ, และมันช่วยให้เราประสบความสำเร็จ(หรือล้มเหลว) ในต่างประเทศมีคอร์สการฝึกอบรมเพื่อเปลี่ยนความรู้สึกนึกคิดหรือจิตใจของเรามากมาย และสามารถเปลี่ยนจากความล้มเหลวมาเป็นผู้ประสบความสำเร็จด้วยเพียงแค่เรียนรู้เกี่ยวกับการเล่นเกมส์กับจิตใจของเรา
บ่อยครั้งที่เราเคยได้ยิน “ตัวเราคือศัตรูตัวร้ายที่สุดของตัวเราเอง” เรามักยินยอมความคิดในด้านลบให้เข้ามาหาเราในชีวิตประจำวันแต่ละวันโดยไม่ได้ควบคุมมัน
อย่างเช่นความคิด : “ฉันไม่แน่ใจว่าฉันจะทำได้” หรือ “ฉันคงไม่เหมาะกับธุรกิจนี้” หรือ “ฉันกำลังเสียเวลากับธุรกิจอะไรไม่รู้” เรายินยอมให้ความคิดในด้านลบแบบนี้มามีผลกระทบกับเรา ทั้งๆที่เราสามารถฝึกฝนที่จะควบคุมมันได้
ลองมองดูนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จ นักกีฬามืออาชีพ และนักธุรกิจเครือข่ายที่ประสบความสำเร็จ พวกเขาก็เป็นมนุษย์ที่ไม่แตกต่างอะไรไปจากเรา แต่สิ่งที่พวกเขาทำนั้นแตกต่าง พวกเขาเรียนรู้ที่จะควบคุมความคิด พวกเขาฝึกฝนศิลปะของการควบคุมความคิดและจิตใจที่มีผลต่อการกระทำของเขาให้เกิดแต่ในทิศทางที่เป็นบวก ก้าวหน้า และพัฒนา
ดังนั้น..ทำอย่างไร? เราถึงจะควบคุมความคิด และ ทำอย่างไร?..คุณจะกลายเป็นผู้มีศิลปะในการควบคุมจิตใจ
คำตอบก็คือ: เรียนรู้ที่จะควบคุมการจดจ่อของความคิดโดยการ “หยุดปล่อยให้ความคิดคิดไปเองโดยอัตโนมัติ” และพยายามควบคุมความคิดด้วย “การมีสติควบคุมอยู่ตลอดเวลา”
ผมเรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาตลอดการทำธุรกิจเครือข่ายจากผู้ประสบความสำเร็จทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเราสามารถควบคุมความคิดของเราที่กำลังจดจ่อกับสิ่งนั้นโดยการใช้คำถาม “ถามตัวเอง” เพื่อเปลี่ยนจากความคิดในด้านลบซึ่งมีผลต่อจิตใจและการกระทำ ให้เป็น ความคิดในด้านบวกและทำให้เกิดการกระทำในด้านบวก
โดยอย่างเช่นแทนที่การพูดกับตัวคุณเองจาก “ฉันคิดว่าไม่สามารถที่จะหาใครมาสมัครทำธุรกิจเครือข่ายกับฉัน”
แทนที่ด้วยการถามตัวเองว่า “ฉันสามารถที่จะทำอะไร?..ที่แตกต่างเพื่อเริ่มต้นดึงดูดผู้มุ่งหวังที่มีคุณภาพเข้ามาหาฉัน”
เมื่อคุณถามคำถามที่ก่อให้เกิดในเชิงสร้างสรรค์-สภาวะความคิดและจิตใจของคุณก็จะพยายามตอบสนองการหาคำตอบในเชิงสร้างสรรค์เช่นดียวกัน
Feb 25 2010
Posted by Werapan in MLM Training |
เมื่อพูดถึง “อะไรทำให้เราประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย?”
คำตอบที่ผมเคยได้ยินเสมอๆเป็นประจำเลย คือ…
–:”ผลิตภัณฑ์ที่สุดยอดมี วิตามิน และค่า ORAC สูงที่สุดในโลก ของบริษัท XYZ”
–:”สุดยอดแผนการตลาด จ่ายเยอะที่สุดในโลก ไม่ต้องรักษายอด ทำง่าย”
–:”ความมั่นคงของบริษัท XYZ และทีมบริหารผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจเครือข่าย”
–:”ระบบของทีม XYZ เท่านั้นที่จะทำให้คุณสำเร็จได้”
ว้าว!..มันช่างวิเศษจริงๆ- แล้วไงต่อครับ?
ผมยังไม่เห็นหนทางที่จะทำให้ผมประสบความสำเร็จเลยครับ แท้ที่จริงแล้ว ทั้ง 4 สิ่งนั้นทำให้ผู้คนประสบความสำเร็จจริงหรือ? หากใช่..บริษัท XYZ ก็ต้องทำแล้วสำเร็จกันทุกคนเลย ซึ่งในความเป็นจริงก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น
ที่สำคัญไปกว่านั้นเราพบว่ามีผู้คนที่สามารถสร้างรายได้ และ มีชีวิตที่อิสระจริงในธุรกิจเครือข่ายเพียง 1-5% ส่วนที่เหลือนั้นยังไม่สามารถทำได้หรือพูดง่ายๆก็คือยังล้มเหลวอยู่
แล้วอะไรล่ะ?…ที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย
ผมเชื่อว่าหากคุณต้องการประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่ายคุณ จำเป็นต้องมี 3 สิ่งสำคัญคือ
1.) What is your WHY? – “เหตุผล” ว่าทำไมคุณถึงเริ่มต้นธุรกิจเครือข่าย
ผมได้เรียนรู้สิ่งนี้มาตลอด คนเรากระทำสิ่งใดให้บรรลุความสำเร็จด้วยการมีสติเสมอ และมีเหตุที่ต้องทำในสิ่งๆนั้น แล้วผลถึงก็จะตามมา เหตุผลทำให้คุณยังยืนอยู่ในสิ่งที่คุณกำลังกระทำเสมอแม้คุณจะพบอุปสรรค ดังนั้นคุณจำเป็นต้องเขียนเหตุผลในการเริ่มต้นธุรกิจเครือข่ายก่อนที่จะ ตัดสินใจลงมือทำ
2.) Commitment – พันธสัญญา
คุณจำเป็นต้องมีพันธสัญญาต่อตัวเอง เป้าหมาย และสิ่งที่คุณกำลังกระทำ เพราะหลายคนพูดว่า “อยากประสบความสำเร็จ, อยากมีรายได้ 6 หลักต่อเดือน” แต่พวกเขากลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม ไม่มีเวลาให้กับธุรกิจของตัวเอง ละทิ้งเป้าหมาย และ ปฏิบัติตัวตามสบายอย่างที่เคยทำ ดังนั้นสิ่งที่ได้รับก็คือ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจากการทำธุรกิจนั่นเอง
3.) Goal – เป้าหมาย
เป้าหมายเป็นจุดหมายปลายทางที่คุณไปถึง เมื่อคุณได้ลงมือกระทำตามแผนการที่คุณวางเอาไว้ ไม่มีเป้าหมายก็เหมือนคุณล่องลอยอยู่ในมหาสมุทรที่ไม่มีจุดหมายปลายทาง
ผมได้ยินเสมอเมื่อผมถามผู้มุ่งหวังว่า ต้องการสร้างรายได้จากธุรกิจต่อเดือนเท่าไร?
–”แ้ล้วแต่” , “เท่าไรก็ได้” , “มากที่สุด” , “ก็ประมาณหนึ่ง”–
คุณคงเดาได้นะครับว่าคนที่ตอบแบบนี้กำลังมีรายได้อย่างที่เขาต้องการหรือไม่ หวังว่าคุณคงไม่ตอบเช่นนี้
จำไว้เสมอว่า, หากคุณไม่รู้ว่าคุณต้องการอะไร คุณก็จะไม่ได้อะไร
นอกจาก 3 สิ่งนี้แล้ว สิ่งที่การันตีความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย จากประสบการณ์กว่า 10 ปีมี่ผ่านมาของผมก็คือ
– ความสามารถในการพัฒนาตนเองในการเป็นผู้นำ
ยิ่งพัฒนาตนเองมากเท่าไร คุณก็ยิ่งมีคุณค่าเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
ยิ่งมีคุณมีคุณค่ามากเท่าไร คุณก็ยิ่งดึงดูดคน เข้ามาสู่ธุรกิจคุณมากเท่านั้น
หากคุณเรียนรู้ที่จะเพิ่มทักษะต่างๆในการ พัฒนาตัวคุณสู่ความเป็นผู้นำ อย่างเช่น
ผมใช้เวลาอย่างน้อย 30นาที – 1 ชั่วโมง/วันในการเรียนรู้จาก CD, VCD, DVD ในเรื่องของการพัฒนาตนเอง
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะแตกต่างโดยสิ้นเชิง ซึ่งเป็นสิ่งที่การันตีความสำเร็จของคุณอย่างแน่นอน เพราะมันเกิดกับผม และ ผู้ประสบความสำเร็จทั่วโลกคนทั่วโลกมาแล้ว ซึ่งมันจะเกิดกับคุณเช่นกัน!
Nov 06 2009
Posted by Werapan in MLM Training, Sponsoring |

ในการทำธุรกิจเครือข่าย สิ่งหนึ่งที่คุณจำเป็นที่ต้องคอยฝึกฝนอยู่ตลอดเวลาคือ การสปอนเซอร์ผู้มุ่งหวังของคุณให้เข้ามาทำธุรกิจกับคุณ เพื่อเป็นการขยายธุรกิจและองค์กรของคุณ
แล้วใครล่ะ? ที่เป็นคนที่เหมาะสมที่คุณอยากจะเสียเวลาทำงานด้วย….
ทุกคนเลยใช่ไหม?
แน่นอนว่า..ไม่ใช่
Sorting For Diamond
เมื่อวันก่อนผมได้มีโอกาสทำการสัมภาษณ์หรือพูดคุยกับผู้มุ่งหวังท่านหนึ่งทางโทรศัพท์<PRE Screening> เนื่องจากว่าเรามีเวลาไม่มากนักกับทุกคน และผมก็ขอย้ำว่าอย่าเสียเวลาอันมีค่าของคุณกับผู้มุ่งหวังที่ไม่รู้ความต้องการของตัวเอง<Wrong Person>
ผมได้คุยทางโทรศัพท์กับผู้มุ่งหวังท่านนั้น และสรุปรวมความว่า ที่เขามองหาโอกาสทางธุรกิจเพราะเขา
ในเบื้องต้นฟังดูแล้วก็เป็นคนที่น่าสนใจที่ผมอยากจะเสียเวลาด้วย ผมจึงส่งข้อมูลให้ทางอีเมล์และนัดเวลาโทรกลับในอีก 2 วันข้างหน้า การที่ผู้มุ่งหวังของเรารู้ว่าเขาต้องการอะไร นั่นก็แสดงว่าเขารู้ว่าจะเดินไปในทิศทางไหน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นผู้มุ่งหวังที่ “แท้จริง”<Right Person>ที่เราควรจะเสียเวลาด้วย 100% แต่เป็นการ PRE Screening เท่านั้น
หลังจากนั้น 2 วันผมก็ได้มีโอกาสคุยกับเขาอีกครั้งทางโทรศัพท์ สิ่งที่เกิดขึ้นในการสนทนาครั้งที่สองนี้คำตอบที่ได้แตกต่างกับในวันแรกโดยสิ้นเชิง คำตอบที่ผมได้มีดังนี้
“ผมรู้จักแล้ว”
“สินค้ามันแพงเกินไป”
“ผมไม่เคยเห็นว่าใครที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่ายจะอยู่ได้นานๆเลย”
“ละแวกนี้ไม่มีใครสนใจสินค้านี้หรอก”
“ผมศึกษามาหลายบริษัทแล้ว ผมวิเคราะห์แล้ว”
นั่นเป็นคำตอบที่ผมได้สนทนาในการค้ดเลือกผู้มุ่งหวัง และแน่นอนเขาไม่ใช่ผู้มุ่งหวังที่แท้จริง<Wrong Person> และเขาก็คงไม่มีโอกาสที่จะทำธุรกิจเครือข่ายอย่างแน่นอน เพราะเขาคือนักค้นหา<Seeker> และเขาก็จะค้นหาไปเรื่อยๆ วิเคราะห์บริษัทหนึ่งแล้วก็ไปอีกบริษัทหนึ่งไม่มีวันสิ้นสุด
ผู้มุ่งหวังส่วนใหญ่มักจะโกหกคุณ เขาไม่ได้พูดความจริงกับคุณ ดังนั้นการ PRE SCREENING จึงจำเป็นในการสปอนเซอร์ผู้มุ่งหวังที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณ ซึ่งผมพูดไว้ใน Mini Course #3
ไม่มีความจำเป็นที่คุณต้องเอาเวลาอันมีค่าไปเสียเวลากับคนประเภทนี้ เพราะเป้าหมายของเขาคือค้นหาและวิเคราะห์ ไม่ใช่ต้องการโอกาส
ดังนั้นผมจึงปล่อยเขาไปตามทางของเขา โดยผมไม่โต้เถียงอะไรกับเขาอีกเลยแม้แต่คำเดียว และคุณก็ควรจะทำเช่นเดียวกับผม
บทเรียนนี้สอนให้ผมรู้ว่า “อย่าเพียงฟังว่าผู้มุ่งหวังของเราพูดอะไร แต่คุณต้องฟังว่าเขาพูดอย่างไรด้วย“
เรียนรู้ที่จะฟังและฝึกฝนมันบ่อยๆ คุณก็จะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสปอนเซอร์คนในธุรกิจเครือข่าย
–YOUR Time is Limited, Don’t Wasting for WRONG PERSON.–
Oct 29 2009
Posted by Werapan in Sponsoring |

จากประสบการณ์การทำธุรกิจเครือข่ายกว่า 10 ปีที่ผ่านมาและการคัดสรรเพื่อสปอนเซอร์ผู้มุ่งหวังผ่านทางโทรศัพท์จำนวนมากนับพันราย ผมค้นพบว่ามีเหตุผลสำคัญ 2 ประการที่ทำไมผู้มุ่งหวังไม่เข้าร่วมเพื่อเริ่มต้นทำธุรกิจเครือข่าย หรือ สั่งซื้อสินค้า,บริการจากเรา มันไม่ด้วยเหตุผลใดก็เหตุผลหนึ่ง
#1. –เขายังไม่พร้อมที่จะเริ่มต้นในตอนนี้
#2. –คุณไม่ใช่ผู้นำที่เขากำลังมองหาอยู่
ทั้งสองเหตุผลเป็นเพียงเหตุผลส่วนหนึ่ง ของหลายๆเหตุผล แต่ในท้ายที่สุดมันจะเป็นเหตุผลสำคัญยิ่งที่ทำให้ผู้มุ่งหวังของคุณไม่เริ่มต้นทำธุรกิจกับคุณมากกว่าเหตุผลอื่นๆทั้งหมดเมื่อคุณได้ค้นหาลงไปลึกๆในก้นบึ้งของจิตใจเขา
ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง
ขอผมอธิบายเพิ่มเติม :
#1. –เขายังไม่พร้อมที่จะเริ่มต้นในตอนนี้
ค่อนข้างที่จะเป็นไปได้แน่นอน, เมื่อผู้มุ่งหวังของคุณยังไม่พร้อมที่จะเริ่มต้นธุรกิจในตอนนี้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่พร้อมในอนาคต แต่มันหมายความว่าเขาไม่ต้องการที่จะเคลื่อนไปข้างหน้าหรือลงมือกระทำในตอนนี้<Take Action>
และบางทีเขาอาจใช้คำแก้ตัวเป็นเหตุผลว่า เขาไม่สามารถ, เขาไม่พร้อม, หรือมันไม่เหมาะสำหรับเขา
บางทีเขาเพียงแค่ไม่ตัดสินใจ, อาจจะประมาณ 90% ของคนที่คุณคุยด้วย มีความลังเลใจ, ไม่ตัดสินใจ, ไม่เคลื่อนไหวใดๆ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เป็นเพราะการกระทำของคุณ ดังนั้นคุณต้องรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วผู้มุ่งหวังของคุณอยู่ในเส้นทางแห่งความไม่แน่นอนด้วยตัวเขาเอง และเขาจะไม่ตัดสินใจใดๆ เพราะเขาอยู่ในที่ซึ่งเขาคิดว่าถูกต้องแล้ว
คุณต้องไม่เสียเวลาหรือโน้มน้าวใจเขาให้ตัดสินใจ มองหาผู้มุ่งหวังคนต่อไปโดยไม่โต้เถียงใดๆกับเขา
บางทีเขาไม่พร้อมที่จะเริ่มต้นธุรกิจในตอนนี้เพราะ เขาได้ให้พันธสัญญาในการทำธุรกิจกับคนอื่นไปแล้ว และการที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจกับคุณมันทำให้เขารู้สึกว่ามันมากเกินไป ซึ่งมันสามารถเกิดขึ้นได้สำหรับกรณีนี้ของผู้ที่ประสบความสำเร็จจำนวนมากที่มีธุรกิจหลายอย่างและต้องการทำรายได้เพิ่มขึ้นจากธุรกิจที่มีอยู่ หลายต่อหลายครั้งบุคคลเช่นนี้จะกลายเป็นผู้ร่วมธุรกิจที่ดีที่สุดสำหรับคุณ เมื่อถึงเวลาที่เขาต้องการ “เปลี่ยนแปลง” จริงๆ, เฝ้ามองเขาไว้อย่างใกล้ชิด เพราะความสำเร็จในอดีตของเขาจะย้อนกลับมาอีกครั้งและเขาจะเป็นผู้ที่สร้างสรรค์รายได้มากที่สุดคนหนึ่งในทีมของคุณ
บางเหตุผลที่ผู้มุ่งหวังไม่เริ่มต้นทำธุรกิจเป็นเพราะเขาเป็นคนที่ผมเรียกว่า “นักวิพากษ์วิจารณ์”
ผู้มุ่งหวังแบบนี้เป็นคนซึ่งเมื่อหลังจากดูข้อมูลและฟังข้อมูลจากคุณแล้ว ไม่เห็นโอกาสทางธุรกิจและเขามักจะพูดว่า
”ฉันไม่คิดว่า-ใครจะยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ราคา 1,500 บาท”
”ใครจะซื้อข้อมูลเหล่านี้ราคาตั้ง 2,000 บาท”
”ฉันไม่รู้จักใครที่ต้องการผลิตภัณฑ์เหล่านี้เลย”
ความจริงที่ผู้มุ่งหวังกำลังบอกคุณคือเขาจะไม่จ่ายเงินเพื่อ<ผลิตภัณฑ์>หรือทำ<ธุรกิจ> และเช่นกันเขาคิดว่าทุกๆคนที่เขารู้จักนั้นไม่มีใครที่จะยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อหรือทำธุรกิจอย่างแน่นอน และเขาจะพยายามทำให้คุณเชื่อว่าโอกาสทางธุรกิจของคุณนั้นไม่มีทางประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
ผมขอแนะนำว่า; ไม่ต้องโต้เถียงหรือคัดค้านกับผู้มุ่งหวังประเภทนี้ของคุณ และไม่ต้องเสียอารมณ์กับเขา เพียงแค่ขอบคุณผู้มุ่งหวังของคุณที่เสียเวลาและเชิญเขาไปตามทางของเขาได้เลย บอกเขาว่าถ้าเขาต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตจริงๆ<จริงจัง>เมื่อไรก็ตาม สามารถกลับมาหาคุณได้ตลอดเวลา หลายครั้งถึงแม้ว่าคุณจะไม่ต้องการเขา แต่ก็อย่าพูดเช่นนั้นถ้าคุณไม่ได้หมายความอย่างนั้น
เมื่อผู้มุ่งหวังของคุณได้เริ่มต้นลงมือกระทำ<Take Action> ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อสินค้า,บริการ หรือสมัครทำธุรกิจ เขาไม่เพียงแค่สั่งซื้อบางทีเขาจะบริโภคข้อมูลเพิ่มเติม ใช้ผลิตภัณฑ์, ดื่มผลิตภัณฑ์ หรือเริ่มใช้บริการต่างๆ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขากำลังพร้อมที่จะลงมือทำงาน
จงจำไว้ว่า, –ความรู้ไม่ใช่คือ “พลัง” แต่การนำความรู้ไปใช้ต่างหากคือ “พลัง”– ดังนั้นถ้าใครบางคนที่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสทางธุรกิจหรือบริโภคข้อมูลแล้วแต่ไม่ได้ลงมือกระทำอะไร นั่นเป็นเพราะว่าเขายังไม่พร้อมในเวลานั้น และนั่นก็ไม่ได้เป็นความผิดพลาดของคุณ
เก็บข้อมูลของคนเหล่านั้นไว้ในแฟ้มข้อมูลติดตามผล หรือในระบบตอบรับอัตโนมัติ<Autoresponsder Follow up> และบางทีเมื่อเขาพร้อมที่จะเคลื่อนไปข้างหนัาเมื่อไร เขาจะติดต่อกลับและถามคุณเอง
จำไว้ว่า, นี่เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอนกับคุณ และมันก็เป็นเรื่องปกติ เพราะเขาจะลงมือกระทำก็ต่อเมื่อเขาพร้อม และไม่มีอะไรดีไปกว่าการที่เขาสมัครใจเริ่มต้นลงมือด้วยตัวของเขาเอง ผมยืนยันจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของผม
#2. –คุณไม่ใช่ผู้นำที่เขากำลังมองหาอยู่
เมื่อเราพูดถึง “ผู้นำ” มันอาจมีความหมายถึง นักการตลาด, นักโฆษณา, นักขาย หรือ นักธุรกิจ
ไม่สำคัญว่าคุณจะอยู่ในตำแหน่งไหนก็ตาม แต่สำคัญอยู่ที่คุณจะต้องยืนอยู่ตรงแถวหน้า<ผู้นำ>
เมื่อผมเคยพยายามสปอนเซอร์ผู้มุ่งหวังเข้ามาสู่ธุรกิจในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ผมพบความจริงว่า สิ่งที่ทำให้ผู้มุ่งหวังเริ่มต้นทำธุรกิจและลงมือกระทำนั่นก็คือ “ตัวผม” นั่นเอง
ความไม่แน่นอน ความกลัว ความอ่อนแอของผู้มุ่งหวังมีมากเกินกว่าที่เราจะควบคุมได้ ดังนั้นเราอาจไม่ใช่คนที่ผู้มุ่งหวังต้องการหรือมองหา
ความเป็นผู้นำ และความรับผิดชอบ เป็นสิ่งที่จำเป็นที่คุณต้องมีซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถดึงดูดผู้คนให้เข้ามาร่วมธุรกิจกับคุณ
หากคุณเป็นคนที่รักในธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ และโอกาสทางธุรกิจของคุณ แต่คุณไม่มีความศรัทธาในตัวคุณเอง ถึงแม้ว่าคุณจะมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงในการทำสิ่งต่างๆก็ตามหรือคุณอาจจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง<ego> แต่เป็นเพราะเพียงแค่คุณไม่เคารพและศรัทธาในตัวคุณเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมพบว่าเป็นเหตุผลใหญ่ที่สุดว่าทำไมผู้คนจึงมองไม่เห็นว่าคุณเป็น ”ผู้นำ” ที่เขากำลังมองหา มันไม่ใช่เพราะผลิตภัณฑ์ หรือโอกาสทางธุรกิจของคุณไม่ดี แต่เป็นเพราะเขามองเห็นคุณ ”เหมือนกับ” ที่คุณมองเห็นตัวเองนั่นเอง มันหมายถึง คุณไม่มีความเคารพและศรัทธาในตัวเอง มีความกลัวอะไรบางอย่าง แล้วทำไม?..ผู้มุ่งหวังของคุณจะต้องเข้ามาร่วมทำธุรกิจหรือเป็นส่วนหนึ่งกับคุณด้วย ในเมื่อคุณเองยังไม่แม้กระทั่งให้ความสำคัญและเคารพในตัวคุณเองเลย
นี่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่คุณต้องตระหนัก
ดังนั้น..ถ้าคุณรู้สึกดีกับตัวเอง คนอื่นก็จะรู้สึกเช่นนั้นเหมือนกันกับคุณ..
เมื่อคุณมีความนับถือและศรัทธาในตัวเอง คนอื่นจะสามารถสัมผัสได้กับความเคารพและความศรัทธาในตัวคุณนั้นเองและเขาจะมีความเชื่อมั่นในตัวคุณและต้องการที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์, บริษัท หรือโอกาสที่คุณกำลังแนะนำให้เขาอยู่ เพื่อให้คุณเป็นผู้นำพาเขาไปในที่ที่เขาต้องการจะไป

ในธุรกิจเครือข่ายนั้นเราจำเป็นที่จะต้องค้นหาและเลือกสรร คนที่ต้องการทำธุรกิจอย่างจริงจัง
ดังนั้นเราต้องคัดสรรคนที่ถูกต้อง (Right Person) เพื่อที่เราจะได้ไม่สูญเสียเวลา ซึ่งก็เหมือนกับการร่อนตะแกรงหา “เพชร” ที่ปะปนอยู่ในก้อน กรวด หิน ดิน ทราย และสิ่งที่เราต้องการคือ “เพชร” (Diamonds) ไม่ใช่ก้อนกรวด หิน ดิน ทราย
คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า “ผู้มุ่งหวัง” ของคุณเป็น “ผู้จริงจัง” สำหรับโอกาสทางธุรกิจของคุณ
ง่ายมาก…
เพียงแค่คุณถามคำถามบางอย่างกับผู้มุ่งหวังของคุณ เพื่อ ทำให้เขาเชื่อมั่นในคุณ และฟังคำตอบที่ทำให้คุณเชื่อว่าเขา(หรือเธอ)จะเป็นคนที่คุณควรลงทุนเสียเวลาและความเพียรพยายามด้วย
เพราะว่าการที่ผู้มุ่งหวังของคุณ “สนใจ” ในธุรกิจ ไม่ได้หมายความว่าเขาคือผู้มุ่งหวังที่ “แท้จริง” ที่คุณต้องเสียเวลาด้วย
การที่บริษัทหนึ่งจ้างคนเข้ามาทำงานด้วย เขาจ้างคนที่เดินเข้ามาที่ประตูบริษัทแล้วพูดว่า “ฉันสนใจที่จะทำงานที่นี่” หรือ จ้างคนที่สมัครใจและพร้อมที่จะรับฟังผลตอบแทนต่างๆที่บริษัทจะมีให้กับเขา
เปล่าเลย…บริษัทจะทำการสัมภาษณ์อย่างหนักเพื่อคัดเลือกคนที่จริงจังจะทำงาน และเราก็เหมือนกัน
ผมมักจะถามคำถามไม่มากนัก เพื่อดูผู้มุ่งหวังของผมว่าทำไมเขา(หรือเธอ) น่าจะเป็นใครบางคนที่ผมต้องการจะทำงานด้วย ถ้าหากไม่ใช่ผมก็จะไม่เสียเวลาต่อไปและผมก็จะมองหาผู้มุ่งหวังคนต่อไป
แล้วคำถามอะไรที่เราควรจะถาม?
ผมจะเริ่มต้นด้วยคำถามเกี่ยวกับความเป็นมา(background)ของเขา ว่าเขาเป็นใคร อายุเท่าไร ทำงานอะไร เพื่อให้รู้ background ของเขาเสียก่อน จากนั้นค่อยเจาะลึกลงไปว่า
ทำไม?…เขาถึงต้องการโอกาสทางธุรกิจในตอนนี้ และอะไรเป็นความสำเร็จทางธุรกิจที่เขากำลังอยากจะทำ
คำถามเหล่านี้เป็นเพียงแค่แบบอย่างเท่านั้นและไม่ใช่หมายถึงสคริปในการสัมภาษณ์ผู้มุ่งหวัง เป็นแนวความคิดที่ว่า ที่จริงแล้วคุณกำลังพูดคุยกับใครอยู่ “เขาเป็นเพียงแค่คนที่อยากรู้อยากเห็นหรือคนที่จริงจังในธุรกิจ”
เขาผู้นั้นมีเป้าหมายหรือเปล่า? ถ้ามี, เขาให้คำมั่นสัญญาที่จะไปถึงเป้าหมายนั้นได้อย่างไร? และอะไรที่เป็นแรงผลักดันหรือเป็นแรงบันดาลใจในคำมั่นสัญญานั้น?
ผู้มุ่งหวังของคุณให้คำตอบกับคุณแบบไม่มั่นใจ(พูดแบบขอไปทีหรือพูดเสียงแผ่วเบาไม่มีน้ำหนัก)หรือเปล่า? ถ้าใช่, คุณต้องท้าทายเขาด้วยคำพูดเช่นว่า “สมชาย คุณรู้ไหม, คุณให้คำตอบที่ถูกต้องและยอดเยี่ยมมาก แต่ผมไม่ได้ยินคำมั่นสัญญาอะไรจริงๆจังๆในคำตอบของคุณเลย … มีอะไรที่มันขาดหายไปใช่ไหม?”
กลับไปที่จุดเดิม…จำได้ไหมว่า, ผู้มุ่งหวังของคุณต้องทำให้คุณเชื่อว่า “เขาคือผู้มุ่งหวังที่แท้จริง” สำหรับทีมของคุณ เราไม่ได้กำลังโน้มน้าวเขาเข้ามาสู่ธุรกิจ(ต้องการเขาจนตัวสั่น) แต่เรากำลังสัมภาษณ์เขา(เราเป็นผู้ควบคุมเกมส์)
เรียนรู้ที่จะเป็นผู้ฟังที่ดี และฟังให้รู้ว่า “อะไรคือสิ่งที่แท้จริงที่เขากำลังพูด?” ไม่ใช่เพียงลมปากที่เขาพูดออกมา
และที่สำคัญมากที่สุดก็คือ “อะไร? อะไร?(ข้อย้ำนะครับ) ที่เป็นเหตุผลผลักดันให้เขาต้องการโอกาสทางธุรกิจในตอนนี้”
ฝึกที่จะฟังและถามคำถามที่ทำให้คุณรู้ว่า–คุณไม่ได้เสียเวลากับใครบางคน
– TIME is limited, Don’t wasting for the WRONG person. –
Oct 09 2009
Posted by Werapan in MLM Training |
ด้วยประสบการณ์ทำธุรกิจเครือข่ายมานานพอสมควร ผมเชื่อว่า..
5 สิ่งสำคัญที่คุณไม่จำเป็นต้องมีเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย
1. วุฒิการศึกษา
มีผู้คนนับพันคนที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่ายแล้ว จบการศึกษาเพียงแค่ชั้น ม.3 หรือบางคนก็จบการศึกษาเพียงแค่ชั้น ป. 4 ผู้นำที่ประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมธุรกิจเครือข่ายบางคนเรียนไม่จบ ม.6 หรือแม้กระทั่ง ม.3 ก็ยังมี ซึ่งธุรกิจนี้ไม่เหมือนกับธุรกิจอื่นๆ และเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่คุณจะประสบความสำเร็จในการสร้างเครือข่ายขนาด ใหญ่โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องจบการศึกษาสูงถึงปริญญา
แต่ถ้าคุณมีวุฒิการศึกษาสูง..ก็ยิ่งดี! แต่สำหรับธุรกิจเครือข่ายคุณรับรู้ไว้ได้เลยว่า “คุณไม่จำเป็นที่จะต้องมีวุฒิการศึกษาใดๆเพื่อประสบความสำเร็จ”
2. ประสบการณ์ในการทำธุรกิจเครือข่าย
คุณไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจเครือข่ายมาก่อน เพื่อที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย เพราะในความเป็นจริง,ถึงแม้คุณอาจจะไม่เห็นด้วยกับวิธีการทำงานของผู้คนใน ธุรกิจเครือข่าย แต่เมื่อคุณเรียนรู้และทำตามระบบ คุณก็สามารถที่จะประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว
ผู้นำในสายงานของคุณได้สร้างระบบการทำงานที่ได้ผ่านการทดสอบมาแล้วเพื่อ การสร้างธุรกิจหรือเครือข่ายสำหรับทุกๆคน และค้นพบว่าอะไรคือ-สิ่งที่ผิดพลาดและไม่ควรกระทำ- มีคนใช้ระบบการทำงานและประสบความสำเร็จก่อนหน้าคุณมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคุณก็สามารถเป็นคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็วเหมือนกัน เพียงคุณแค่เป็น
คุณก็สามารถประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่ายแล้ว
3. ได้รับการยินยอมจากผู้อื่น
เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากที่ไม่ทุกคนจะประสบความสำเร็จ แน่นอนว่าผู้คนส่วนใหญ่มักจะบอกเสมอว่า “เขาต้องการจะประสบความสำเร็จ” แต่โชคไม่ดีที่เขามักจะได้รับการแนะนำเกี่ยวกับเรื่องราวในด้านลบของธุรกิจ เครือข่ายจากใครบางคนจนทำให้เขารู้สึกว่า..ธุรกิจเครือข่ายไม่สามารถทำให้ เขาประสบความสำเร็จ
ไม่ต้องประหลาดใจเลยหากคุณพบว่าเพื่อน ญาติพี่น้อง หรือสมาชิกในครอบครัวที่ไม่ได้ทำธุรกิจเครือข่าย พยายามทำให้คุณไม่เข้าไปร่วมหรือเกี่ยวข้องกับธุรกิจเครือข่ายด้วย มันเป็นเรื่องที่โชคร้ายมากๆที่คุณได้รับคำแนะนำจากผู้คนซึ่งไม่มีความรู้ใน ธุรกิจเครือข่าย และยังเป็นคนที่ถังแตกอยู่ ออกห่างจากผู้คนเหล่านั้นซะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำของเขา และอยู่กับเป้าหมายของคุณที่จะนำคุณไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง
บางครั้งก็เป็นเรื่องยากที่เราจะนำเสนอหรืออธิบายเกี่ยวกับธุรกิจเครือ ข่ายให้กับคนที่เรารัก หรือคนที่มีความหมายกับเรา ดังนั้นผมแนะนำให้ใช้เครื่องมือการนำ เช่น website, DVD หรือบุคคลที่ 3(3 way call)
คุณไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากใครในการเริ่มต้นทำธุรกิจเครือข่าย แม้กระทั่งสามี/ภรรยาของคุณ เพราะในความเป็นจริงบ่อยครั้งที่เราเห็นผู้คนจำนวนมากสามารถสร้างธุรกิจ เครือข่ายให้มีองค์กรใหญ่โตได้ด้วยตัวของเขาเอง โดยปราศจากสามี/ภรรยา แต่เรามักเห็นการปรากฎตัวบ่อยๆของสามี/ภรรยาของเขาเหล่านั้นในงานปาร์ตี้ หรือท่องเที่ยวของบริษัทอย่างกระตือรือร้นที่เขาเหล่านั้นทำคุณสมบัติได้
4. การรับคำปรึกษาจากผู้ที่ไม่ได้ทำธุรกิจ
บ่อยครั้งมากๆที่ผู้เริ่มต้นทำธุรกิจเครือข่ายมักได้รับคำแนะนำหรือคำ ปรึกษาจากเพื่อนสนิท สมาชิกในครอบครัวผู้ซึ่งไม่เคยทำธุรกิจเครือข่ายมาก่อน
หากคุณต้องการเป็นนักตีกอล์ฟที่ดีจงเรียนรู้จากโปรกอล์ฟ…ไม่ใช่เรียนรู้จากนักเทนนิส
หากคุณต้องการเป็นนักบินที่ดีจงเรียนรู้วิธีการบินจากกัปตันเครื่องบิน…ไม่ใช่กัปตันเรือ
เช่นเดียวกัน,หากคุณต้องการสร้างธุรกิจเครือข่ายให้ประสบความสำเร็จ คุณต้องรับคำแนะนำจากผู้ที่ประสบความสำเร็จแล้วในธุรกิจเครือข่าย
–อย่ารับคำปรึกษาทางด้านการเงินกับผู้ที่กำลังถังแตกอยู่!–
5. ความสมบูรณ์แบบ
อย่าทำผิดพลาดเหมือนกับที่ผู้เริ่มต้นธุรกิจจำนวนหนึ่งมักจะทำกัน คือเขาคิดว่าเขาจะไม่ลงมือทำอะไรจนกว่าจะได้ผลลัพธ์จากผลิตภัณฑ์, จนกว่าจะอ่านคู่มือทำธุรกิจจนจบ, จนกว่าจะเข้าใจแผนการจ่ายผลตอบแทนอย่างลึกซึ้งเสียก่อน ระบบการฝึกอบรมในธุรกิจเครือถูกออกแบบมาให้คุณเรียนรู้ไปพร้อมกับการสร้าง ธุรกิจ มันสามารถทำเงินไปพร้อมกับการเรียนรู้ ทำให้คุณสร้างธุรกิจของคุณได้อย่างรวดเร็วและแข็งแรง
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ลงมือปฏิบัติ, เพราะยิ่งคุณเริ่มต้นลงมือทำได้เร็วเท่าไรนั่นคือการเคลื่อนธุรกิจคุณไปข้างหน้าได้เร็วเท่านั้น

น้กปรัชญาทางด้านธุรกิจ, ผู้ฝึกอบรมทางด้านการพัฒนาตนเอง “จิม โรห์น” เคยกล่าวไว้ว่า….
“ถ้าคุณทำงานกับเป้าหมาย เป้าหมายจะทำงานให้คุณ”
“ถ้าคุณทำงานกับแผนงานของคุณ แผนงานนั้นจะทำงานให้คุณ”
–สิ่งดีๆอะไรก็แล้วแต่ที่เราทำ สุดท้ายแล้วมันจะส่งผลกระทบที่ดีมาให้เรา–
ไม่มีอะไรที่จะสามารถมาอธิบายได้มากเพียงพอเกี่ยวกับเรื่องของการตั้งเป้าหมาย และผมก็จะไม่พูดถึงมันในตอนนี้ แต่สิ่งที่จะทำให้การตั้งเป้าหมายเกิดความชัดเจนและทำให้ผลลัพธ์เกิดขึ้นได้จริง ก็ต่อเมื่อ ถ้าเป้าหมายของคุณมีความแข็งแรงพอและคุณมีความซื่อสัตย์อย่างแรงกล้าเกี่ยวกับสิ่งที่คุณต้องการในชีวิต…เป้าหมายเหล่านั้นที่คุณเขียน(ความรู้สึกต้องการอย่างแรงกล้าต่อเป้าหมาย)ก็จะกลายเป็นแรงกระตุ้นที่แรงที่สุดของคุณเท่าที่คุณเคยมีมาใน
ชีวิต
Step 1 : เตรียมกระดาษและปากกา และเริ่มเขียนเป้าหมายหรือสิ่งที่คุณต้องการ
100 เป้าหมาย ที่คุณต้องการจะบรรลุความสำเร็จในอีก 3 – 5 ปีข้างหน้า (คุณต้อง
ไม่หยุดที่ 100 แต่เขียนมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ) ยกตัวอย่างเช่น
มันเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะเขียนสิ่งที่ทำให้คุณบรรลุเป้าหมายเล็กๆได ้ไว้ในความฝันใหญ่ๆ ซึ่งมันจะทำให้คุณรู้สึกดีเมื่อคุณบรรลุเป้าหมายของคุณในรายการที่คุณเขียนขึ้นมาอย่างเช่นธุรกิจของคุณช่วยให้คุณบรรลุในบางสิ่งที่คุณต้องการ
Tip : “ยิ่งคุณให้ความสำคัญกับการวัดผลของเป้าหมายที่ตั้งไว้มากเท่าไร -คุณก็จะยิ่งสามารถบรรลุความสำเร็จตามเป้าหมายของคุณได้มากขึ้นเท่านั้น-”
Step 2 : ใช้ปากกาไฮไลท์หรือทำครื่องหมายในรายการ 10 เป้าหมายของคุณ ที่ซึ่งคุณต้องการบรรลุความสำเร็จและทำให้คุณรู้สึกดีมากที่สุดในชีวิตของคุณถ้าคุณได้มันมา!
Step 3 : ใน 10 เป้าหมายที่คุณทำเครื่องหมายไว้ เลือกทำ 5 เป้าหมายที่คุณคิดว่า “มันง่ายที่สุดที่จะทำให้สำเร็จได้”
เอาล่ะ,ตอนนี้คุณอาจจะมี 10 เป้าหมายที่คุณสามารถไปถึงแล้วก็ได้ แต่คุณต้องแน่ใจว่า คุณเปี่ยมล้นด้วยพลังงานอย่างล้นหลามที่จะไปให้ถึงเป้าหมายนั้น มันไม่สำคัญว่าระยะทางที่จะไปถึงเป้าหมายนั้นไกลแค่ไหน แต่มันสำคัญที่ความรู้สึกต่อเป้าหมายของคุณในตอนนี้
Step 4 : เขียนเป้าหมายของคุณลงในกระดาษขนาด 3*5 นิ้ว<goal card>, เขียน 5 เป้าหมายที่คุณคิดว่าสำคัญที่สุด (1 เป้าหมาย/แผ่น)
Step 5 : ติดกระดาษ<goal card>แต่ละแผ่น ในที่ๆคุณคิดว่าคุณสามารถมองเห็นได้บ่อยๆในระหว่างวันของคุณ
Step 6 : ติดกระดาษ<goal card>หนึ่งแผ่นที่กระจกห้องน้ำ เพื่อให้คุณตื่นนอนขึ้นมามองเห็นเป้าหมายของคุณทุกเช้า และบางทีอาจจะเตือนคุณก่อนที่คุณจะเข้านอนได้ด้วย
Step 7 : ติดกระดาษ<goal card>อีกหนึ่งแผ่นไว้ในกระเป๋าสตางค์ของคุณที่ติดตัวคุณเสมอนำมันออกมาอ่านเวลาที่คุณที่ต้องการแรงบันดาลใจ เพื่อพุ่งเป้าไปในสิ่งที่คุณต้องการในอนาคตเกี่ยวกับ Home Business ของคุณ
Special Tips : ผู้ที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่จะเก็บแต่ละ goal cards ที่ทำสำเร็จแล้วไว้ในกล่องหรือหนังสือที่จดบันทึกความจำ และเมื่อเป้าหมายใดสำเร็จไปแล้ว 1 อย่างเขาก็จะเพิ่มเติมเป้าหมายต่อไปให้ครบ 5 เป้าหมายอยู่ตลอดเวลา และทำซ้ำเช่นนี้
ไปเรื่อยๆ
**ความเป็นเลิศไม่ได้เกิดขึ้นจากการทำเพียงครั้งเดียว แต่เกิดจากการทำเป็นนิสัย,คุณจะเป็นในสิ่งที่-คุณทำมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า-** ~คำกล่าวของ”อริสโตเติล”~
คุณรู้ไหมว่า?…
มีผู้คนมากมายรู้แนวความคิดในการตั้งเป้าหมายด้วยการเขียนมันลงในกระดาษ -อ่านมันทุกวัน-เห็นมันทุกวัน- แต่มีเหตุผลสำคัญมากๆสำหรับการทำในสิ่งเหล่านี้คือ มันจะเตือนความจำคุณอยู่เสมอ
“เหตุผลว่าทำไม” คุณถึงต้องการมัน
ซึ่งมันเป็นสิ่งจำเป็นในขณะที่ธุรกิจของคุณขึ้นและลง นี่เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ความฝันของคุณยังคงอยู่กับคุณตลอดไป
เราจะไม่สามารถไปถึงเป้าหมายได้ในทันทีทันใดณ.ตอนนี้ แต่เราจะพูดสิ่งเหล่านี้ -เพื่อให้จิตใต้สำนึกเปิดรับและบันทึกข้อมูลเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าๆ ซึ่งคุณจะพบว่าคุณกำลังเริ่มต้นดึงดูดเป้าหมายให้เข้ามาใกล้คุณเข้าไปทุกทีและเร็วกว่าที่คุณจินตนาการไว้
ไม่จำเป็นที่คุณต้องเชื่อ, แต่คุณต้องไว้ใจในขบวนการ–ทำการทดสอบดู–และคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้้นอย่างแท้จริง ทำแบบทดสอบนี้และดูว่าวันนี้ในอีก 5 ปีข้างหน้าคุณจะเป็นอย่างไร<พิมพ์แบบทดสอบนี้ไว้>และบอกUplineของคุณว่าเกิดอะไรขึ้น!
–Success is Goals–
Oct 07 2009
Posted by Werapan in Self Developement |

เนื้อหา Part #2 เป็นเนื้อหาต่อเนื่องจาก Training YourSelf For Successful in Business Part# 1
หากคุณยังไม่ได้อ่านเนื้อหาใน Part #1ผมแนะนำให้กลับไปอ่านก่อน
หลังจากที่เราได้เตรียมพร้อมทางด้านความคิดและจิตใจของเราแล้ว ต่อไปก็เป็นการเตรียมพร้อมทางร่างกาย
2. เตรียมพร้อมร่างกายของคุณสู่ความสำเร็จ
ความสำเร็จใดๆในโลกต้องใช้เวลา พลังงาน และมันสมอง มันเป็นไปไม่ได้เลยถ้าคุณดูรู้สึกเหนื่อย อิดโรย หรือ ไร้พลังงานและจะทำอะไรก็ตามสักอย่างให้สำเร็จ คุณต้องแน่ใจว่าคุณได้ทานอาหารที่มีประโยชน์ ถูกหลักโภชนาการทุกวัน หากไม่..คุณก็ต้องเพิ่มหรือทดแทนด้วยอาหารเสริมต่างๆให้คุณมีพลังงานเพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่าให้อ้วนจนเกินไปและก็อย่าให้ผอมจนเกินไป รักษาร่างกายของคุณให้แข็งแรงพร้อมที่จะทำงานหนัก เสมือนเครื่องจักรเผาผลาญไขมัน แล้วคุณจะเป็นคนที่ชีวิตที่ยืนยาวและสร้างผลงานต่างๆมาสู่สังคมได้อีกมากมาย
3. เตรียมพร้อมธุรกิจของคุณเพื่อความสำเร็จ
สุดท้าย เผชิญหน้ากับความกลัว เมื่อคุณเผชิญหน้ากับมัน เช่น การยกหูโทรศัพท์คุยกับผู้มุ่งหวัง การติดตามผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจ การกลัวคำปฏิเสธ การนำเสนอต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก เป็นต้น – จงเผชิญหน้ากับมัน ดังคำกล่าวที่ว่า “เพียงแค่ทำในสิ่งที่คุณกลัว มันก็จะจากคุณไปเอง” ยิ่งคุณทำในสิ่งที่คุณกลัวมากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้คุณกล้าในสิ่งที่คุณกลัวมากเท่านั้น และก็จะไม่มีสิ่งใดมาขัดขวางความสำเร็จของคุณอีก … จงกล้าในสิ่งที่คุณกลัว!
เตรียมพร้อมจิตใจ ร่างกาย และธุรกิจของคุณ ยิ่งคุณเตรียมพร้อมดีมากเท่าไร คุณก็จะได้รับความสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น หากคุณเริ่มต้นในการเตรียมพร้อมเร็วมากเท่าไร คุณก็จะได้เห็นความสำเร็จของคุณเร็วมากขึ้นเท่านั้น รางวัลแห่งความสำเร็จ ความมั่งคั่ง สุขภาพที่ดี การมีชีวิตอยู่อย่างไร้กังวล กำลังรอคุณอยู่
–คุณเลือกมันและคุณเองเป็นคนทำให้มันเกิดขึ้นได้–

Network Marketing is perfect for everyone. However, everyone is not perfect for Network Marketing…
ธุรกิจแบบเครือข่ายสมบูรณ์แบบสำหรับทุกๆคน แต่อย่างไรก็ตาม, ทุกๆคนไม่ได้สมบูรณ์แบบสำหรับธุรกิจแบบเครือข่าย
ผมเชื่อว่าธุรกิจเครือข่าย (Network Marketing) เป็นธุรกิจที่มหัศจรรย์มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นธุรกิจที่คุณสามารถเป็นผู้ประกอบการที่มีระบบการทำงานได้ฟรี!…โดยที่คุณ
เพื่อทำให้คุณประสบความสำเร็จ หรือร่ำรวย
นอกจากนั้นผลประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากธุรกิจเครือข่าย คือ การทำรายได้อย่างไร้ขีดจำกัด, การเสียภาษีที่ลดน้อยลงเมื่อเทียบกับรายได้ที่เท่ากันในธุรกิจอื่น,โอกาสในการเดินทางท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่างๆทั่วโลก, มีเวลาว่างที่จะทำในสิ่งที่คุณต้องการทำจริงๆ และโอกาสที่จะช่วยเหลือผู้อื่นให้ประสบความสำเร็จในขณะที่เป็นการทำให้ธุรกิจคุณประสบความสำเร็จไปในตัวด้วย
แต่แน่นอนธุรกิจเครือข่ายก็ไม่ได้เหมาะสำหรับทุกๆคน
ทำไม?…
เพราะธุรกิจเครือข่ายต้องอาศัยการพัฒนาตัวเองของแต่ละบุคคล ซึ่งผมหมายถึง ความรับผิดชอบ, ความเป็นผู้นำ, พันธะสัญญาต่อตนเอง และอื่นๆที่ช่วยในการสร้างธุรกิจของคุณเอง
ดังนั้นหากผมต้องการสปอนเซอร์หรือสนับสนุนใครที่ต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น ด้วยการเลือกทำธุรกิจเครือข่าย ก่อนที่เขาจะตกลงใจผมมักจะให้เขาถามตัวเองอย่างซื่อสัตย์เสียก่อนที่จะตัดสินใจ
คุณยังจำเป็นต้องมีความรู้สึกนึกคิดหรือจิตวิญญาณของผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจ,ถ้าหากคุณต้องการเริ่มต้นทำธุรกิจเครือข่าย ซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่จะมีสิ่งนี้ ลองจินตนาการดู..คุณจะไม่มีเงินเดือนโอนเข้าบัญชีทุกสิ้นเดือน ไม่มีอะไรการันตีรายได้ของคุณ มีแต่รายได้มหาศาลที่เกิดจากผลผลิตและความสามารถของคุณโดยตรงในแต่ละเดือน
ถ้าคุณรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือตื่นตระหนก!!, คุณเหมาะกับการที่จะทำงานเป็นพนักงานบริษัทมากกว่า
แต่ถ้ามันทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นและท้าทายกับรายได้ที่คุณจะได้รับในแต่ละเดือนที่เกิดจากความสามารถของคุณโดยตรงแล้วละก็, ผมว่าคุณเหมาะกับธุรกิจเครือข่ายเป็นอย่างมาก
นอกจากการมีความรู้สึกนึกคิดและจิตวิญญาณของการเป็นผู้ประกอบการแล้ว คุณยังต้องเป็นคนที่สามารถกระตุ้นตัวคุณเองได้ด้วย (Self-Motivated) สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องมีใครมาคอยกระตุ้นคุณและเป็นผู้ติดตามผลที่ดี ในขณะที่คุณเป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณของผู้ประกอบการแล้ว คุณยังต้องทำงานให้เป็นด้วย (Work Smart)ในการทำธุรกิจเครือข่ายให้ประสบความสำเร็จ
รู้ไหม?…ว่าทำไม! ==> ผมได้ให้รายละเอียดไว้ใน MLM Success Mini Course #1
ดังนั้นทุกครั้งที่คุณจะสปอนเซอร์ใครก็ตามเข้ามาในธุรกิจเครือข่าย ให้เขาถามตัวเองอย่างซื่อสัตย์เสียก่อนที่จะตัดสินใจว่า “เขาเหมาะสมกับธุรกิจเครือข่ายหรือเปล่า?”
| M | T | W | T | F | S | S |
|---|---|---|---|---|---|---|
| « May | ||||||
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||